บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เราติดเหมือนกับบุหรี่ปกติหรือไม่

อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ถ้าสูบอย่างพอดีมันจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ และเกิดโทษเมื่อเสพติดมันในระยะยาว แต่ถ้าพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้าล่ะ มันเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าจะให้ตอบสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่า ‘ใช่’ เนื่องจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยสารที่เรียกว่า ‘นิโคติน’ ผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่มีนิโคตินนั้น มีโอกาสที่จะทำให้ผู้รับเสพติดได้ แต่เมื่อเทียบกับบุหรี่มวนทั่วไปแล้วมันอันตราย และมีโอกาสเสพติดได้น้อยกว่ามากๆ ซึ่งเราจะพาไปดูเหตุผลอีกหลายอย่างที่จะช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจ และสามารถใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ

คนเราเกิดอาการเสพติดนิโคตินได้อย่างไร

นิโคตินเป็นสารที่ทำให้พัฒนาการของสมองช้าลง อาการเสพติดเกิดขึ้นจากส่วนสมองที่เรียกว่า Mesolimbic Dopamine ทำหน้าที่เสริมสร้างความรู้สึกเชิงบวกสำหรับพฤติกรรมที่เราจำเป็นต้องเอาตัวรอด อย่างเช่นการกินอาหาร เนื่องจากกลไกดังกล่าวฝังแน่นอยู่ในสมอง จึงยากต่อการต้านทานเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อสูดเอาไอที่มีส่วนประกอบของนิโคตินเข้าไป มันจะเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางปอด และเข้าสู่สมองภายในเวลา 10 วิ กระตุ้นระบบประสาท ทำให้รู้สึกมีความสุข และเกิดความอยากที่จะเสพเพิ่ม

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกับบุหรี่ปกติไหม

เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย และต่างหาคำตอบกันมาหลายปี แม้เราจะรู้ว่ามันอันตรายน้อยกว่า หากถามว่ามันจะทำให้คนติดบุหรี่ไฟฟ้าไหม เป็นคำถามที่ค่อนข้างกว้างและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เนื่องจากในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วยนิโคติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกมีความสุข แต่ก็ยังมีส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่เข้ามาช่วยเสริมให้ตัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีรสชาติแบบที่ควรเป็น ส่วนประกอบของบุหรี่ทั้งสองประเภทสามารถดูได้จากด้านล่างนี้

ส่วนประกอบของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

  • Propylene Glycol หรือ PA เพื่อเพิ่มรสสัมผัส
  • Vegetable Glycerin หรือ VG เพื่อให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล และใช้ในกระบวนการสร้างไอน้ำ
  • สารเติมแต่งกลิ่นต่างๆ
  • นิโคติน

ส่วนประกอบในบุหรี่มวน

  • บุหรี่มวนประกอบส่วนผสม 600 อย่าง แต่ส่วนใหญ่เป็นส่วนผสมของนิโคติน
  • ส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการเสพติด
  • มีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ถูกสร้างขึ้นในระหว่างการเผาไหม้
  • สารเคมีหลายอย่างทำปฏิกิริยากับนิโคตินที่ทำให้เสพติดมากขึ้น 

ติดบุหรี่ไฟฟ้าจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

เนื่องจากบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ยังค่อนข้างใหม่สำหรับเรา และนักวิทยาศาสตร์ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สามารถสรุปได้คือบุหรี่ไฟฟ้านั้น ผลิตสารพิษออกมาหลายชนิด ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปแล้ว อาจทำลายปอดอย่างถาวร สารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วย อะซีตัลดีไฮด์ อะโครลีน และฟอร์มัลดีไฮด์ สารเหล่านี้สามารถทำให้เกิดโรคปอดและโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ นิโคตินยังส่งผลกระทบต่อสมองโดยการเปลี่ยนวิธีสร้างไซแนปส์ในสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของสมองที่รับผิดชอบการเรียนรู้และความสนใจ ผลกระทบด้านสุขภาพเพิ่มเติมจากการสูบไอ ได้แก่

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคหอบหืด
  • โรคปอดเรื้อรัง (COPD) โรคที่ทำให้เกิดการอุดตันของการไหลเวียนของอากาศและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
  • ทำให้การพัฒนาสมองของช้าลง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่น

นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอีกอย่าง คืออาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากมีรายงานว่าแบตเตอรี่ที่ชำรุดทำให้เกิดไฟไหม้และระเบิด ซึ่งบางส่วนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส การระเบิดส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อชาร์จบุหรี่ไฟฟ้าทิ้งไว้ นอกจากนี้ แม้แต่ควันบุหรี่ไฟฟ้ามือสองก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่นๆ ได้ เนื่องจากควันมีสารเคมีที่อันตรายอยู่หลายชนิด

วิธีหลีกเลี่ยงการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า

ดังนั้น คุณคงเห็นเพียงพอแล้วในตอนนี้ที่จะรู้ว่าการสูบไอมีแนวโน้มที่จะทำให้ติดบุหรี่น้อยกว่าการสูบบุหรี่ และอันตรายน้อยกว่าอย่างแน่นอน แต่มีขั้นตอนที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดโอกาสในการติดบุหรี่ไฟฟ้า เพียงทำตามเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้

  1. เลือกน้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินต่ำ อย่าลืมว่าเราต้องการเฉพาะรสสัมผัสของมัน ยิ่งเลือกใช้น้ำยาที่มีส่วนประกอบของนิโคตินมากเท่าไหร่ จะยิ่งเสี่ยงที่เราจะเสพติดนิโคตินมากขึ้นเท่านั้น
  2. พักช่วงการสูบในแต่ละครั้ง มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย โดยเฉพาะกับบุหรี่ไฟฟ้าที่จะยกมาสูบตอนไหนก็ได้ โดยเฉพาะในบ้าน แต่ให้พยายามอดทนไว้ จนกว่าที่จะทนไม่ไหวจริงๆ แล้วจึงค่อยสูบอย่างพอดี
  3. พยายามหาน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นกลิ่นทั่วๆ ไป ซึ่งไม่ใช่กลิ่นโปรดที่จะทำให้คุณวางบุหรี่ไฟฟ้าไม่ลง
  4. มองหาน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ปราศจากนิโคติน แย่หน่อยที่มันอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่มันจะทำให้คุณเลิกพึ่งพานิโคตินได้อย่างเด็ดขาด

เห็นได้ชัดว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีโอกาสที่จะเสพติดได้อยู่เช่นกัน แม้ว่าจะหันมาใช้น้ำยาที่ปราศจากนิโคตินก็ยังมีโอกาสติดสารชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นวิธีแก้ที่ดีที่สุด คือการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างพอดีๆ ไม่มากเกินไปในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยให้ไม่เสพติดนิโคตินมากจนเป็นผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว