เลี้ยงลูกแบบเพื่อน ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้างและควรเริ่มอย่างไร

เลี้ยงลูกแบบเพื่อน ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้างและควรเริ่มอย่างไร

 

การเลี้ยงลูกในแบบเพื่อนนั้น อาจจะทำให้เด็กเกิดความไว้วางใจ และสนุกสนานแต่ในทางกลับกัน การเลี้ยงลูกในแบบเพื่อนบางครั้งก็อาจจะมีการหละหลวมมากจนเกินไป  มาทำความรู้จักกับข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงลูกแบบเพื่อนกันดีกว่า  หากคุณต้องการจะเลี้ยงลูกแบบเพื่อนแต่กลัวว่า อาจจะมีบางอย่างที่ละหลวมจนเกินไป เรามีคำตอบ

การเลี้ยงลูกในแบบเพื่อนนั้น โดยส่วนมากแล้วจะไม่มีข้อห้ามข้อจำกัดอะไรมากนัก โดยส่วนมากมักเจอในพ่อแม่ที่ค่อนข้างใจดี และรักเด็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนั้น จะขาดขอบเขต และข้อจำกัดในหลายประการอาจจะสั่งสมผลที่ไม่พึงประสงค์ในเรื่องของอุปนิสัยต่างๆของลูกได้ เพราะการสอนหากขาดกฎระเบียบ หรือวินัยไปนั้น คุณอาจจะกลายเป็นพ่อแม่ที่ล้มเหลวและมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถจะสอนลูกๆ ให้เคารพทั้งตนเองและผู้อื่นได้เลยอีกด้วย ซึ่งนั้นอาจจะทำให้ลูกของคุณ ทำตัวไม่น่ารัก และไม่เคารพต่อผู้ใหญ่ไปโดยปริยาย ไม่ว่า จะเป็น คุณครู หรือผู้อื่นที่เหนือกว่าเขา รวมไปถึงเพื่อนฝูงด้วยเช่นกัน

ข้อดีของการเลี้ยงลูกในแบบเพื่อน

คือทำให้ลูกนั้นมีความแน่วแน่และแน่นอนในตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองสูง เพราะพวกเขาได้รับอิสระความคิด พวกเขาจะกล้าลองและทำสิ่งใหม่ๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา พวกเขาจะมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่ค่อนข้างสูงกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงภายใต้กฎเกณฑ์ หรือเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เข้มงวด

เลี้ยงลูกแบบเพื่อน ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้างและควรเริ่มอย่างไร

ข้อเสียของการเลี้ยงลูกแบบเพื่อน

ลูกนั้นจะมีสภาวะที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงทางอารมณ์ คือ เมื่อพวกเขาเหล่านี้ไม่มีขอบเขตและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม อาจจะต้องมีการดูแลตัวเองสูงและเข้าไปสุ่มเสี่ยงกับบางอย่างหรืออยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างไม่เหมาะสมโดยขาดความหวาดกลัว เช่น การใช้สารเสพติดประเภทต่างๆ เป็นต้น การวิจัยค้นพบว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูในแบบเพื่อนนั้นจะต้องช่วยเหลือตัวเองค่อนข้างสูง มีแนวโน้มจะเป็นโรควิตกกังวลและซึมเศร้ามากกว่าเด็กทั่วไป เพราะเผชิญกับการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยขาดขอบเขต หรือการสอนที่หละหลวม พฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือไม่เหมาะสม เพราะพวกเขานั้นสามารถที่จะคิดได้อย่างมีอิสระโดยไร้ขอบเขตได้ตั้งแต่วัยเด็ก เหมือนคุณพ่อคุณแม่นั้น อนุญาตให้ เขาสามารถที่จะปกครองตนเองได้ เมื่อเกิดการไม่ถูกใจหรือ ความคิดเห็นไม่ตรงกับผู้ได้ ต่อให้เป็นผู้ใหญ่เขาก็พร้อมจะมีทัศนคติที่ท้าทายและ ไม่สนในเรื่องของความเหมาะสม ทำให้เป็นเด็กที่ดูมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหัวรุนแรง ไม่เคารพยำเกรงผู้อื่นได้

ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกแบบเป็นเพื่อนนั้นไม่ผิด แต่ควรจะเลี้ยงในแบบที่เหมาะสม มีการสอนมีกฎเกณฑ์และมีช่วงผ่อนคลายสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆภายในครอบครัวบ้าง การแสดงออกทางความคิดเห็นกันภายในครอบครัว การปล่อยให้ลูกมีอิสระในการใช้ชีวิต แต่ก็ควรที่จะต้องมีกฎเกณฑ์และขอบเขต แต่ไม่ใช่ถึงกับบังคับ เข้มงวดและกดดัน อะไรที่แน่นไปก็มักจะไม่ดี อะไรที่ละหลวมไปก็ไม่ดีเช่นกัน ดังนั้นควรเลี้ยงลูกด้วยความพอดี รับฟัง เข้าใจ ใจเย็นใช้เหตุผล การเลี้ยงลูกแบบเพื่อน กับการเลี้ยงลูกแบบที่เป็นได้ทั้ง เพื่อนและพ่อแม่ในเวลาเดียวกันนั้นย่อมดีกว่า เพราะลูกเองในบางครั้งก็ต้องการ คนช่วยแก้ปัญหา ผู้ชี้ทาง ผู้เคยสอนเคยบอก ในบางครั้งการที่เราคิดว่าเลี้ยงลูกแบบเพื่อนอาจจะเป็นการปล่อยปะละเลยจนเกินไป จนทำให้มีปัญหาตามมาในภายหลังได้ ทางที่ดี การอยู่ในความพอดี พองาม พอเหมาะคงดีที่สุดแล้ว การให้ลูกมีอิสระทางความคิดและการแสดงออกเป็นเรื่องที่ดี ลูกจะมีความคิดสร้างสรรค์ มั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะเผชิญและแก้ไขปัญหาได้ แต่ในทางกลับกัน คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรอยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำ บอกกล่าว เพื่อให้ลูกได้ไปในทางที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน