คำพูดต้องห้ามและพฤติกรรมของคุณที่จะหยุดพัฒนาการของลูกน้อย

คำพูดต้องห้ามและพฤติกรรมของคุณที่จะหยุดพัฒนาการของลูกน้อย

หลายคนนั้นอาจจะเคยได้ยินว่าคำพูดทำร้ายลูกได้นี้คือเรื่องจริง วันนี้เราจะมาบอกพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงคำพูดต้องห้ามที่อาจจะทำให้คุณหยุดพัฒนาการของลูกไปโดยไม่รู้ตัว ในบางครั้งในลูกที่เป็นวัยเรียนรู้ความกังวลของพ่อแม่อาจที่จะเผลอห้ามหรือพูดอะไรออกไปโดยไม่ทันได้ระวัง การต่อว่าลูกนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นการว่ากล่าวเพื่อตักเตือนก็อาจจะทำให้ลูกน้อย นั้นหมดความมั่นใจในตัวเอง หรือไม่กล้าที่จะแสดงออกได้ ดังนั้นลองเปลี่ยนเป็นใจเย็นแนะนำ อธิบายและให้เหตุผลจะดีกว่า ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เห็นผลในทันตา แต่เด็กเล็กนั้นต้องใช้เวลาทำความเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะทำความเข้าใจในข้อนี้ และใจเย็นรวมถึงนึกถึงการพูดแก้ปัญหาสถานการณ์ให้ดีเพื่ออุปนิสัยและความคิดที่ดีในอนาคตของลูกน้อยนั้นเอง1.การห้ามลูกร้อง หรือบอกให้หยุดร้อง การให้ลูกนั้นเก็บอารมณ์เอาไว้ อาจจะทำให้ลูกนั้นกลายเป็นคนที่เก็บกดได้ คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาจากเรื่องราวหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และค่อยๆคุยกันเพื่อรับฟังและแก้ปัญหาจะดีกว่า
2.การขู่ว่าจะตี หรือการโกหกโดยใช้คำพูด กับลูกนั้นอาจจะได้ผลในช่วงแรก แต่ในภายหลังนั้นมันอาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ในทางกลับกัน การขู่ลูกด้วยการโกหกเช่น เดี๋ยวผีหลอก อาจจะทำให้เด็กเกิดความกลัวหรือความเชื่อแบบผิดๆ ได้ รวมไปถึงการปลูกฝังให้ลูกเลียนแบบพฤติกรรมที่จะโกหกขึ้นมาได้
3.การออกคำสั่งนั้น อาจจะไม่ได้มีผลดีในระยะยาว ควรเปลี่ยนเป็นแนะนำและชวนทำจะดีกว่า เพราะลูกนั้นจะได้เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมจึงควรทำเช่นนั้น รู้หน้าที่รู้สิ่งที่ตนเองนั้นควรจะต้องทำในแต่ละวัน ดีกว่าการที่ลูกน้อยนั้นจะทำตามคำสั่งไปวันๆ โดยที่รู้สึกว่าหากบอกจึงทำ ไม่ใช่ความรู้สึกที่ว่า มันเป็นสิ่งที่เขานั้นควรจะทำ
4.การเปรียบเทียบลูกตนเองกับลูกคนอื่น หรือการเปรียบเทียบเด็กสองคนที่แตกต่างกัน อาจจะทำให้ปัญหานั้นค่อยๆสะสมทีละนิดได้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างของเด็กแต่ละคนและเสนอแนะหรือแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยในรูปแบบอื่นมากกว่าเปรียบเทียบ เพราะนั้นจะสร้างความรู้สึกแย่ในจิตใจเด็กได้หรือหากเป็นพี่น้องกัน อาจสร้างความไม่ชอบใจ ไม่พอใจให้แก่พี่น้องได้
5.การบอกว่าจะไม่รัก คำๆ นี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดขู่ลูก เพราะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและจิตใจลูกเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีความต้องการความรักจากพ่อและแม่ค่อนข้างสูงนั้นเอง
6.การล้อเลียนข้อเสียของลูกนั้น เป็นสิ่งที่เด็กอาจจะขาดความมั่นใจและฝังใจได้ ดังนั้นต่อให้เป็นการพูดแหย่เล่นกัน ก็ไม่ควรทำ เพราะเด็กเองก็มีความรู้สึก และอาจะส่งผลให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมถึงไม่กล้าตัดสินใจได้

คำพูดที่เหมาะกับการให้กำลังใจลูก

1.การพูดคุย หรือ การเรียกลูกออกมาทำความเข้าใจและปลอบโยนรับฟังลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้ลูกเชื่อใจ มั่นใจในการที่จะเอ่ยปากบอกความต้องการหรือความรู้สึกกับพ่อแม่โดยตรงได้ดีกว่า
2.การสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของลูกหรือการรับฟังความคิดเห็นความต้องการของลูกบ้างนั้นเป็นสิ่งที่ดี ส่งผลกับความคิด ความมั่นใจ การตัดสินใจในสิ่งที่ถูกที่ควร หากเราสามารถรับฟัง แนะนำและบอกกล่าวเขาได้ พ่อแม่หลายท่านอาจจะมองข้ามในส่วนนี้ไปซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับนิสัยและความคิดของลูกในอนาคต
3.การชมลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่หากเมื่อไหร่ที่ชมพร่ำเพื่อนั้น คำชมอาจจะไม่มีความหมายอีกต่อไป จะกลายเป็นว่าลูกจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะได้รับคำชมเหล่านั้นแต่ในทางกลับกัน หากเก็บคำชมไว้ในสิ่งที่สำคัญ มันจะเป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำให้ลูกอยากจะทำแบบนั้นต่อไป