ป้องกันฝุ่น PM 2.5 สำหรับเด็ก

Prevent-dust-PM-2.5-for-children-news-site

ปัจจุบันกรุงเทพมหานครนับเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยังมีหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่มีค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสงคราม และจังหวัดนครปฐม เป็นต้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก จากสถานการณ์ข้างต้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนที่มีกลุ่มเสี่ยงทางด้านสุขภาพที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน ได้แก่ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็กและผู้ที่มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องอยู่นอกเคหะสถานเป็นเวลานานควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 สาเหตุของค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า เพราะสภาพอากาศเปลี่ยน จากการมีหมอกในตอนเช้าและบวกกับอากาศที่นิ่งทำให้สภาพอากาศปิดส่งผลให้มีการสะสมของฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกรุงเทพมหานครถือเป็นแหล่งกำเนิดของมลพิษอยู่แล้ว ซึ่งเกิดจากยานพาหนะที่หนาแน่นในเมืองกรุงอีกทั้งยังมีการก่อสร้างจำนวนมากตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้เป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองจำนวนมหาศาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผลกระทบของฝุ่นละออง PM 2.5 ฝุ่น PM2.5 จะส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจแย่ลง เมื่อมีฝุ่นละอองสะสมในร่างกายปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หัวใจขาดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบหรือโรคทางสมองได้ จากกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมา กลุ่มเด็กเล็กดูจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด เพราะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก หากเขาสูดฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป ฝุ่นละอองพวกนี้จะเข้าไปทำลายเซลล์สมอง ทำให้พัฒนาการและกระบวนการเรียนรู้ของเขาช้าลง วันนี้เราจึงอยากนำวิธีป้องกันและวิธีดูแลสุขภาพมาแชร์ให้กับแม่ๆ เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละออง PM …

ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ มีอะไรบ้างและด้านไหน

Let-children-play-on-the-phone-news-site

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าการที่ปล่อยให้เด็กเล่นโทรศัพท์มือถือนั้นมีแต่ข้อเสีย ส่งผลเสียให้กับตัวของเด็ก เป็นอย่างมากแบบที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ว่าการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือหรือแม้แต่เลี้ยงลูกด้วยโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์นั้นไม่ควรทำเลยทีเดียว เคยมีงานวิจัยจากต่างประเทศออกมายืนยันมากมายถึงเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือมาก็มาก แต่พ่อแม่บางคนก็ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้ของเด็กแต่อย่างใด แน่นอนคุณอาจจะมีความจำเป็นบางอย่างที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยมือถือ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในการดูแลเด็ก ปัญหาเหล่านี้เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นทางคุณหมอจึงได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันเราจะนำข้อมูลจากคุณหมอออกมาแจ้งให้ทุกคนได้ทราบเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับผลเสียต่างๆ เหล่านี้ ผลเสียของการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือ ทำให้เด็กมีการพัฒนาการในด้านพูดหรือการสื่อสารน้อยลง เด็กน้อยที่มีการเล่นโทรศัพท์มือถือไปนานๆ ตั้งแต่ยังเด็กนั้นจะขาดการพัฒนาการตรงจุดนี้ไป เนื่องจากในการเริ่มหัดพูด หัดสื่อสารของเด็กๆ นััน เด็กจะต้องสังเกตรูปปากและคำพูดที่ออกมาจาพ่อกับแม่ แต่ถ้าเด็กไปมัวเล่นแต่โทรศัพท์มือถือก็จะส่งผลเสียทำให้เด็กขาดการพัฒนาการรูปแบบการเรียนรู้ตัวต่อตัว การพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว สำหรับเด็กนั้นการวิ่งเล่น กระโดดไปมา เล่นของเล่นยังไงก็คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าเด็กไม่สามารถทำแบบเด็กได้ ย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอน ถ้ามัวแต่เล่นโทรศัพท์มือถือ อยู่เฉยๆ นอนเฉยๆ การพัฒนาการด้านการเคลื่อไหวก็จะหายไปด้วย ความสัมพันธ์กับครอบข้างน้อยลง ในเรื่องของความสัมพันธ์กับคนรอบข้างจะน้อยลงไปด้วย เพราะเด็กติดแต่โทรศัพท์มือถือ วันๆ อยู่แต่กับสื่อโซเชียลต่างๆ ไม่ออกไปหาเพื่อนแน่นอนเลยว่าจะทำให้สังคมของเด็กมีน้อยมาก ย่อมส่งผลเสียไปในขณะที่เด็กเริ่มโต เริ่มเข้าเรียนได้อีกด้วย ทำให้เด็กมีสมาธิสั้น เด็กๆ จะมีสมาธิสั้นลง เพราะเนื่องจากว่าเด็กนั้นจะมีการกดผ่านไป ผ่านมาเรื่อยๆ มีเสียงที่ได้ยินเรื่อยๆ จะไม่สามารถอยู่กับอะไรได้นานๆ และแน่นอนเด็กจะต้องกังวลทุกครั้งเมื่อมีเสียงดังจากโทรศัพท์มือถือเข้ามาแจ้งเตือน ดังนั้นเด็กจะสมาธิสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาเสียได้ เมื่อเด็กจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือนานๆ มีแสงสีฟ้าเข้ามารบกวนสายตาของเด็กจากการเพ่งมองไปที่หน้าจอ แน่นอนเลยว่าเด็กจะต้องได้รับผลเสียไปเต็มๆ สายตาจะเกิดปัญหาขึ้นแบบเห็นได้ชัด จอประสาทตาอาจจะเสียไปเลยก็ได้ …

วิธีเช็คพัฒนาการของเด็ก

How-to-check-the-development-of-children-news-site

เรื่องเลี้ยงลูกเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งทั้งพ่อและแม่ควรที่ช่วยกันเลี้ยงและคอยสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอยู่เสมอ ว่าลูกของเรามีทิศทางไปในทางใดจะได้แก้ไขได้ทัน เพราะถ้าลูกเรามีพฤติกรรมที่ไม่ดีแล้วทิ้งไว้นานก็จะส่งผลทำให้ลูกของเราชินกับพฤติกรรมเหล่านั้นไปจนโตได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยกัน พูดคุยกันอยู่เสมอ จริงๆ แล้วเด็กจะมีพัฒนาการตามวัยอยู่แล้วล่ะ แค่เราคอยสังเกตุให้ดีก็พอ หลายคนแอบสงสัยแล้วจะรู้ได้ไงว่าพัฒนาการของเด็กๆ แต่ละช่วงวัยจะเป็นอย่างไร เราจึงได้นำข้อมูลมาฝากทุกท่านกันด้วย การจับจ้องดูภาพ (4-12 เดือน) คุณพ่อคุณแม่ลองนำรูปภาพเป็นสีดำแดง ให้ลูกมองไปจ่อที่ลูกแล้วทำการเคลื่อนไหวไปมา ถ้าลูกของท่านมองตามรูปภาพไปมา นั่นหมายถึงว่าลูกของท่านมีพัฒนาการที่ดีตามวัยเด็กที่ควรจะเป็น ใช้อุปกรณ์ตกแต่งจองเล่นโมบายห้อยที่เปลของลูกน้อย (2-4 เดือน) จริงๆแล้ววิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะเป็นการฝึกให้เด็กได้ยินเสียง และมองตามความเคลื่อนไหวของวัตถุ ในบางครั้งถ้าหนูน้อยมีการเอื้อมมือพยายามจะจับที่โมบายนั้น หรือส่งเสียงออกมานั่นแสดงให้เห็นว่าหนูน้อยมีพฤติกรรมที่ดีเลยทีเดียว เช็คพฤติกรรมเด็กด้านความต้องการ (4-12 เดือน) คุณพ่อคุณแม่ลองนำของเล่น 2 สิ่ง มาวางต่อหน้าเจ้าตัวเล็กดู แล้วหลังจากนั้นก็ให้หยิบออกไป 1 อัน หรือไม่ก็ลองขยับดู ถ้าเจ้าตัวเล็กพยายามเอื้อมไปหยิบสิ่งของนั้น หรือแม้แต่แสดงออกทางสีหน้าไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ ทำหน้าตาไม่พอใจออกมา นั่นแสดงว่าลูกของท่านมีพฤติกรรมที่ดีสมวัยแล้วล่ะ ฝึกให้ลูกน้อยมีพฤติกรรมโต้ตอบ (2-6 เดือน) คุณต้องมีการฝึกให้ลูกน้อยของคุณมีพฤติกรรมโต้ตอบ เช่นคุณลองหาของเล่นที่มีเสียงมาวางไว้ใกล้ๆ มือของลูกแล้วขยับไปขยับมา ถ้าลูกน้อยของคุณมีการพยายามเอื้อมมือหยิบของเล่นก็แสดงให้เห็นว่าเด็กมีพฤติกรรมโต้ตอบไปในทางที่ดีมากเลยล่ะ ทำการทดสอบในเรื่องการดันของร่างกาย (0-6 เดือน) เป็นการทดสอบร่างกายลูกในด้านความดันว่าลูกมีอาการ …

5 ยี่ห้อนมเด็กเล็กที่ดีที่สุด 2020

Baby-milk-brand-news-site

หัวอกของคนเป็นแม่เวลาจะให้ลูกน้อยของเรารับประทานอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าอาหารแต่ละอย่างลูกเราจะสามารถรับประทานได้หรือไม่ เพราะต้องคอยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากเด็กแต่ละคน แต่ละช่วงอายุจะรับประทานบางอย่างยังไม่ได้พ่อแม่จึงต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษนั่นเอง รวมไปถึงการดื่มนมด้วย พ่อแม่หลายๆ ท่านคงจะยังไม่ได้คิดถึงในส่วนนี้มากมายนักบางคนก็อาจจะมองว่า เอ๊ะ !! เด็กก็ต้องกินนม จะนมยี่ห้อไหนแบบไหนก็เหมือนกันนั่นล่ะมั้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างที่คิดเลย เพราะการดื่มนมของเด็กนั้นสำคัญเป็นอย่างมา ทุกสุตรทุกยี่ห้อต่างมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงจะขอแนะนำ 5 ยี่ห้อนมเด็กเล็กที่ดีที่สุด เพื่อที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้นำไปเป็นข้อมูลการตัดสินใจในการซื้อนมไปให้น้องหนูๆ ได้รับประทานกัน S-26 SMA เอส26 นมผงเด็กแรกเกิด (Formula 1) DHA ข้อมูลเบื้องต้น 1. มีใยอาหารธรรมชาติที่สำคัญสำหรับเด็ก 2. สารอาหารโอเมก้าสาม 3 , สารอาหารโอเมก้าหก 6 , สารอาหารโอเมก้าเก้า 9 3. ประกอบด้วยสารอาหาร นิวคลีโอไทด์ 5 ชนิด (สารอาหารเหล่านี้จะพบในนมแม่) 4. มีสารอาหารลูทีน , สารอาหารโคลีน , สารอาหารทอรีน และสุดท้ายท้ายคือ สารอาหารแคโรทีน นมแพะ ดีจีวัน …

เมื่อลูกมีไข้ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธีและปลอดภัย

How-do-children-have-a-fever-news-site

หัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อลูกน้อยเกิดไม่สบายขึ้นมาแน่นอนเลยล่ะว่าพ่อแม่คงรู้สึกไม่มีความสุข ต้องคอยกังวลว่าลูกตัวเองเป็นอะไร ลูกขยับตัว ลูกร้องก็ต้องรีบวิ่งมาดูแล้วใช่หรือไม่ ยิ่งเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ยิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเมื่อลูกเราเกิดอาการไม่สบาย หรือเป็นไข้ขึ้นมาจะทำตัวอย่างไรดี ดังนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้มาอ่านเนื้อหาตรงนี้ เพื่อที่จะได้ทราบถึงข้อมูลในการช่วยดูแลลูกของท่านได้อีกด้วย ในกรณีที่ลูกน้อยเป็นไข้ หรือไม่สบายจะได้ทำตัวถูกนั่นเอง สาเหตุของการเกิดอาการไข้ของเด็กน้อย – ติดอาการไข้จากคนรอบข้าง ในส่วนนี้นั้นถ้าลูกของคุณยังเป็นเด็ก แนะนำว่าอย่าพยายามให้ออกไปข้างนอกมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากภูมิต้านทานของเด็กยังมีน้อยอยู่นั่นเอง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย – เป็นไข้หลังจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย เมื่อเด็ก ได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายไม่ว่าจะเป็นจาการดื่มกิน จากการไปฉีดวัคซีนรูปแบบต่างๆ ก็สามารถส่งผลเสียให้กับเด็กได้เหมือนกันและเสี่ยงต่อการเป็นไข้ได้อีกด้วย – เกิดจากแผล ความอดทนของเด็กน้อยยังถือว่ามีน้อยมาก ดังนั้นเมื่อลูกน้อยเกิดแผลขึ้นมาตามตัว ก็จะยิ่งส่งผลให้เด็ก มีอาการไข้ได้อีกด้วยนั่นเอง ข้อควรปฎิบัติ ในบางครั้งท่านอาจจะคิดว่าลูกของท่านมีอาการมีไข้ต่ำคงจะไม่มีอะไรต้องกังวลหลอกมั้ง แต่จริงๆ แล้วคิดผิดเลยล่ะ ไม่ว่าจะมีไข้ต่ำหรือไข้สูงก็จะส่งผลให้เด็ก ได้รับอันตรายได้ทั้งนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องพาเด็ก ไปหาหมอโดยทันทีเมื่อมีอาการเพื่อที่จะได้ไม่เกิดอาการที่รุนแรงกว่านี้ตามหลังมาในภายหลัง ใช้ปรอทวัดไข้เบื้องต้น ก่อนที่เราจะพาลูกน้อยของเราไปหาหมอ ก่อนอื่นเลยเราต้องใช้ปรอทวัดไข้ให้เป็น เพราะเราจะได้รู้อาการเบื้องต้นของลูกเราด้วยว่ามีอาการเป็นอย่างไร จะได้เตรียมความพร้อมในการรับมือและไปแจ้งรายละเอียดต่างๆ กับคุณหมอให้ได้รายละเอียดมากที่สุด 1. ทำการซับรักแร้ให้แห้งเสียก่อน แล้วให้นำตัวปรอทมาทำารสบัดไปมา ให้อุณหภูมิลงมาต่ำลงในระดับ 35 องศาเซลเซียส 2. จับลูกน้อยของเรากางแขนออกกว้างแ ล้วให้นำตัวปรอทมาเสียบตรงบริเวณรักแร้แต่อย่าให้ตัวปรอทเลยผ่านไปทางข้างหลังเด็ดขาด 3. …