Baby-Led Weaning (BLW) คืออะไรเริ่มฝึกลูกน้อยตอนไหน เริ่มยังไง มาเรียนรู้กันที่นี่ได้เลย

Baby-Led Weaning (BLW)

หากจะให้เข้าใจ BLW หรือ Baby – Led Weaning อย่างง่ายเลย ก็คงเป็นการฝึกลูกกินข้าวด้วยตัวเองนั้นเอง เป็นการฝึกให้ลูกน้อยนั้นฝึกที่จะหยิบจับอาหารได้ด้วยตัวเอง โดยกินอาหารที่เหมาะสมกับวัยของทารก ปรับระดับความอ่อนนิ่มไปจนแข็ง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในปริมารที่เหมาะสม ผักต้ม ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ ไล่ระดับจากนิ่มๆ ไปจนถึงสัมผัสที่แข็งขึ้น

การฝึกทานอาหารในรูปแบบ BLW นั้น จะสามารถทำได้ตั้งแต่ลูกน้อยอายุ 6 เดือนขึ้นไป เริ่มรู้จักการเคี้ยว อม และกลืน อาหารที่เป็นชิ้นนอกเหนือจากการดื่มนม โดยในช่วงก่อนถึงเวลานั้นในช่วงสองอาทิตย์แรกอาจจะกระตุ้นความอยากฝึกกินเองของลูกด้วยการพาไปนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ดูครอบครัวรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กันเพื่อกระตุ้นการอยากทานอาหารด้วยตัวเองของลูกน้อย โดยมื้อแรกอาจจะเลือกอาหารที่เป็นชิ้นนิ่มๆก่อน ป้องกันการติดคอและสำลักโดยที่แม่ๆ สามารถที่จะศึกษาวิธีการหั่นที่เหมาะสมได้ โดยทั่วไปแล้วจะมีการหั่นที่เหมาะสมกับอาหารในแต่ละประเภทนั้นเอง

มื้อแรกอาจจะเริ่มต้นด้วย  อาหารประเภทกล้วยสุก กีวี่ มะม่วงสุก อาจจะเริ่มจากหั่นเป็นชิ้นถนัดมือบางๆ สักหน่อยก่อนก็ได้ ผักจำพวก มันต้ม แครอท บล็อคเคอรี่ เนื้อสัตว์พวก ไข่ ไก่ ปลา โยเกิร์ต หรือ ชีส โดยในมื้อแรกนั้นยังไม่ต้องเอาอาหารปริมาณมากหรือหลากหลายชนิดเกินไปให้ค่อยๆ เป็นค่อยไปไม่งั้นลูกอาจจะเลือกไม่ถูกและไม่ยอมกินได้ มีการเริ่มกินให้เป็นเวลา และกำหนดเวลาในการกิน ในช่วงแรกอาจจะลงพื้นมากกว่าลงกระเพาะ คุณพ่อคุณแม่อย่าพึ่งกังวลใจไปทุกอย่างต้องใช้เวลา อีกอย่างนึงก่อน 1 ขวบ นั้น นมยังคงเป็นอาหารหลัก และอาหารยังคงเป็นอาหารเสริมอยู่ แต่จะมีการเพิ่มมื้ออาหาร จาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 3 ตามช่วงวัยที่เหมาะสม อาหารนอกจากพวกแป้งก็จะมีข้าว และจำพวกขนมปัง เส้นต่างๆ โดยคุณแม่นั้นสามารถเตรียมอาหารได้จากการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของการตัดการหั่นให้ถูกวิธี

Baby-Led Weaning (BLW)

ข้อดีของการฝึกรับประทานอาหารแบบนี้นั้น คือฝึกทักษะในการจดจำของลูก ลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ฝึกระเบียบวินัยการกินอาหารตรงต่อเวลา ช่วงเวลากินจะเป็นการกินอย่างเดียว เสริมทักษะหยิบจับและพัฒนาการหยิบจับตามวัยเกิดกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ มากมาย

ข้อเสียของการฝึกรับประทานอาหารแบบนี้นั้น คุณแม่อาจจะเหนื่อยกับความเลอะเทอะที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงแรก อาจจะท้อไปเลยในบางคน แต่นั้นคือการเรียนรู้ของลูกในช่วงแรกกินบ้างเล่นบ้างจะต้องทำความเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องแสดงอาการชื่นชมทำตัวปกติต่างคนต่างกินอาหารพูดคุยกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ควรมีการสังเกตอาการของลูกเพื่อป้องกันการสำลัก หรือติดคอ วิธีแก้ที่เกิดขึ้นนั้นเด็กสามารถที่จะผ่านไปได้ด้วยตัวเอง แต่ในบางครั้งคุณแม่ก็ควรจะเรียนรู้วิธีการรับมือเอาไว้ ในกรณีฉุกเฉินนั้นเป็นอีกสิ่งสำคัญในการฝึกลูกรับประทานอาหารในรูปแบบนี้ เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก หลังสี่เดือนนั้นน้ำนมแม่จะมีธาตุเหล็กลดลง คุณแม่จึงควรเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อเสริมให้แก่ลูกน้อยนั้นเอง

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่จะเริ่มต้นการฝึกรับประทานอาหารในรูปแบบนี้ให้ลูกนั้น

ควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จำไว้ว่าเด็กก่อนขวบนมยังคงเป็นอาหารหลัก เรากำลังฝึกให้ลูกเรียนรู้ อย่ามัวแต่กังวลจะกลายเป็นกดดันลูกและตัวเอง เตรียมอาหารอย่างเหมาะสมและค่อยๆ ศึกษา ผลไม้อย่างแอปเปิ้ล สาลี่ ลูกแพร ควรมีการนึ่ง บลูเบอร์รี่ องุ่น ควรหั่น อะไรแบบไหนควรศึกษาเพิ่มเติมให้ดี สร้างบรรยากาศการกินให้เหมาะสม อย่าบังคับหากลูกไม่ทานจะสร้างความกังวลใจและทำให้ลูกไม่ยอมกินอาหารได้ ยืดหยุ่นบ้างเพื่อลดความเครียด