วิธีรับมือและเปลี่ยนพฤติกรรมลูกทานยาก ให้ทานง่ายมากขึ้น

หลายบ้านอาจจะต้องเจอกับปัญหาในการทานยาก หรือปัญหาการเลือกทานของเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่หลายๆ ท่านอาจจะกลุ้มใจเพราะกลัวลูกเป็นเด็กที่ทานยาก รวมถึงน้ำหนักที่อาจจะลดลง หรือตกเกณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะในเด็กวัย 1 – 3 ขวบ ที่อาจจะมีการหย่านมคุณแม่ใหม่ๆ หรือมีพฤติกรรมทานนมมากกว่าอาหาร มีการเลือกทาน เรามาดูกันดีกว่าว่า เราจะรับมือกับพฤติกรรมของลูกน้อยที่ทานยากและทำอย่างไรให้เด็กๆ ทานอาหารได้ง่ายขึ้นได้บ้าง

วิธีรับมือเมื่อลูกน้อยเลือกกิน

ซึ่งต้องบอกว่าในบางครั้ง เด็กหลังหนึ่งขวบนั้นควรจะมีการปรับลดปริมาณของนมและมื้อนมลง เพราะเป็นวัยที่ควรทานอาหารมากกว่าการทานนมและหากเด็กมีการรับประทานนมในปริมาณเยอะเทียบเท่าช่วงวัยก่อนหนึ่งขวบหรือมากกว่า ก็จะทำให้เด็กนั้นรู้สึกอิ่มและไม่อยากอาหารหรือทานอาหารได้น้อย คุณพ่อคุณแม่ต้องมีการจัดการในเรื่องของปริมาณนมและมื้อนมกับมื้ออาหารให้เหมาะสม การที่มีสิ่งเร้ารอบข้างมากจนเกินไปนั้นก็มีส่วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดการ์ตูน พื้นที่ๆ มีสิ่งที่ล่อตาล่อใจเยอะ ผู้คนหรือเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่มากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะเบี่ยงเบนความสนใจในการอยากทานอาหารของลูกได้และทำให้ลูกนั้นไม่สนใจที่จะทานอาหารนั้นเอง อาหารนั้นอาจจะมีรสชาติไม่คุ้นลิ้นหรือมีรสชาติที่แปลกจนเกินไป ไม่ถูกปาก ทำให้ลูกน้อยมีพฤติกรรมต่อต้านการทานอาหารในมื้อถัดไป มีการบังคับที่มากจนเกินไป ทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีและมีการต่อต้านการทานอาหาร มีพฤติกรรมที่ต้องการความเอาใจใส่ โดยมีการป้อน คอยตาม จึงทำให้เกิดพฤติกรรมอยากให้เอาใจ โดยการเลือกที่จะไม่กิน วิธีการรับมือ คือการจัดมื้อนม มื้อขนมและมื้ออาหารให้เหมาะสมกับลูกน้อย ไม่ทานนมและขนมในช่วงเวลาที่จะรับประทานอาหาร ซึ่งการจัดการเวลาที่ชัดเจนนั้นจะเสริมสร้างระเบียบวินัยให้แก่ลูกน้อยด้วยเช่นกัน แต่ในทางกลับกัน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีการใจแข็ง อดทน ไม่ว่าลูกน้อยจะออดอ้อน หรืองอแงเพียงใด เพื่อตัวของลูกน้อยเองที่จะรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมและมีระเบียบวินัย พร้อมทั้งลูกน้อยจะมีการปรับตัวและรู้ช่วงเวลาได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เคร่งขรึมตลอดเวลา อาจจะมีการผ่อนคลายบ้างในโอกาสพิเศษพยายามทำความเข้าใจกับลูกอยู่เสมอ

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำตอนฝึกลูกกินข้าวเอง

การฝึกให้กินเป็นเวลานั้น อาจจะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ล่อตาล่อใจ เพื่อให้ลูกน้อยมีสมาธิกับการกินและเข้าใจเมื่อถึงเวลาอาหาร เพื่อให้ลูกน้อยทำความเข้าใจ ปรับตัวและสามารถรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่เมื่อถึงเวลา โดยอาจจะรับประทานอาหาร งดการ์ตูนไปในช่วงนั้น ในช่วงแรกอาจจะทานน้อยอยู่อย่าพึ่งหมดหวังต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย ในวัยที่เหมาะสมนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกรู้จักที่จะช่วยเหลือตัวเอง ตกแต่งจานอาหารให้น่ารับประทานมีสีสันในการดึงดูด มีการรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กันให้ลูกน้อยอยากที่จะเรียนรู้และฝึกฝนรับประทานอาหารเอง มีการบอกกล่าวบ้างในการรับประทานอาหารอย่าบังคับเพราะอาจจะทำให้ลูกนั้นรู้สึกไม่ดี กดดันหรือโดนบังคับและไม่กล้าหรือไม่อยากที่จะรับประทานเองในครั้งถัดไป การทานเลอะในเด็กนั้นเป็นเรื่องปกติ คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่าการใช้มือในการหยิบจับอาหารหรือช้อนส้อมนั้น อาจจะยังไม่คล่องตัวนัก ต้องใช้ความอดทน ใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ตำหนิติเตียน การจำกัดเวลาในการทานนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะจะทำให้ลูกน้อยนั้นไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทานอาหารและการแบ่งเวลาที่ชัดเจน จะทำให้ลูกน้อยรู้ว่าหากตนหิวต้องรออาหารในมื้อถัดไป ดังนั้นในมื้อถัดไปจึงจำเป็นที่จะรับประทานอาหารให้เต็มที่ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่อยากมาบอกต่อคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน

คำถามที่พ่อแม่ควรถาม หลังจากลูกกลับจากโรงเรียน

พ่อแม่หลายๆคนอาจจะไม่ได้มีการถามไถ่ลูกหลังจากกลับมาจากโรงเรียน แต่จริงๆ แล้วการถามลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะการถามลูกนั้นเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและความใส่ใจที่มีให้แก่ลูก และสิ่งนี้เองจะทำให้เด็กนั้นรู้สึกมีสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและได้รับความรัก ถึงแม้ว่าจะมีการแยกกันเพื่อไปโรงเรียนเพียงช่วงเวลานึงก็ตาม เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกเป็นอย่างมาก วันนี้ผู้เขียนจึงได้ทำการรวบรวมคำถาม ที่ควรถามลูกน้อยเมื่อกลับจากโรงเรียนมาฝากกัน

คำถามแรกคือ ลูกไปโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง ชอบ หรือไม่ชอบสิ่งใดจากการไปโรงเรียนในวันนี้หรือไม่

คำถามเหล่านี้จะทำให้เราเห็นถึงกระบวนการทางความคิดของลูกน้อยและทำให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนของลูก เพื่อที่คุณพ่อและคุณแม่นั้นจะได้หาทางรับมือ พร้อมกับปรึกษากับอาจารย์ประจำชั้นในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา การถามในสิ่งที่ชอบนั้นเป็นคำถามในแนวปลายเปิด เพื่อที่จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ลูกนั้นชื่นชอบ และทำให้ลูกรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นที่ได้เล่าสิ่งที่ตนเองนั้นชอบให้แก่คนในครอบครัวฟัง อาจจะไม่ต้องถามคำถามซ้ำในทุกๆ วัน แต่พ่อและแม่จะได้รับทราบร่วมกัน ถึงสิ่งที่ลูกชื่นชอบและปัญหาที่เกิดขึ้น

วันนี้หนูนั่งทานข้าวกับใคร

เป็นคำถามที่บอกถึงการเข้าสังคมของลูก หรืออาจจะถามในเชิงวันนี้ลูกเล่นอะไรกับใครบ้าง อาจจะทำให้ทราบว่าลูกนั้นสนิทกับใครมีการคบหาเพื่อนกลุ่มใหม่หรือไม่ ถ้าเกิดว่าคนเก่าๆ หายไป อาจจะถามว่าไปไหน ลูกอาจจะมีความสัมพันธ์และการเข้าสังคมที่ดีเลยมีเพื่อนเยอะแยะมากมาย หรือลูกอาจจะมีปัญหาในการเข้าสังคมทำให้เพื่อนๆ นั้นไม่อยากที่จะนั่งด้วย ก็เป็นได้ ซึ่งนั้นอาจเป็นปัญหาที่พ่อแม่ต้องรับมือและหาทางแก้ไข วันนี้หรือเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนมีจัดกิจกรรมหรืองานอะไรหรือไม่ เป็นการย้ำเตือนลูกถึงเรื่องงาน หรือการบ้านที่มี หรือกิจกรรมของโรงเรียนที่อาจจะจัดขึ้น เพราะบางครั้งลูกอาจจะลืมหรือไม่ได้สนใจในการบ้านที่คุณครูบอก การถามนั้นจะเป็นการกระตุ้นลูกและทำงานส่งให้เสร็จทัน หรือหากมีกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ลูกจะได้มีการเตรียมพร้อม

คุณครูเป็นยังไงบ้าง

การแสดงออกของลูกในคำถามนี้ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของลูกและคุณครู หากว่ามีปัญหาอะไรที่ลูกไม่กล้าเล่าจะมีการแสดงออกจนคุณพ่อคุณแม่สามารถรับรู้ได้ และคุณพ่อคุณแม่จะได้ไปถามไถ่ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมมือกับคุณครูในการทำความเข้าใจกับลูกรวมไปถึงการแก้ไขปัญหา

กิจกรรมที่โรงเรียนยากไหมหรือการสอบยากไหม มีวิชาไหนที่หนูไม่มั่นใจไหม

สิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้ถึงเรื่องของความชอบของลูก ว่าเค้าถนัดหรือชอบในกิจกรรมไหน หรือวิชาอะไร และวิชาไหนหรือกิจกรรมรูปแบบใด ที่ลูกนั้นรู้สึกไม่ถนัด จะได้วางแผนแก้ไขได้อย่างถูกจุด ทั้งหมดนี้คือคำถามคร่าวๆ ที่สามารถจะถามลูกได้ อาจจะไม่ใช่ในทุกวัน ผลัดเปลี่ยนกันไปเป็นระยะ เพื่อจะได้ติดตาม การเป็นอยู่ของลูกนอกจากในสังคมบ้าน นั้นก็คือในรั้วหลังโรงเรียนซึ่งใครๆ ก็ต่างเรียกกันว่าบ้านหลังที่สอง ทำให้คุณพ่อคุณแม่นั้นสามารถที่จะทราบความเป็นอยู่ของลูกได้มากยิ่งขึ้นนั้นเอง การรับรู้เรื่องราวของลูกในแต่ละวันนั้นจะทำให้เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ในเรื่องที่รับทราบได้ เพราะปัญหาบางอย่างนั้นลูกอาจจะไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้ อาจจะต้องมีการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนและคุณพ่อคุณแม่ การถามลูกในทุกวันยังช่วยทำให้ลูกอุ่นใจว่าพ่อแม่นั้นไม่ได้ละเลยเขาอีกด้วย

การคลอดแบบผ่าคลอดและการคลอดแบบธรรมชาติการเตรียมตัวก่อนและหลัง

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการคลอดธรรมชาติ และการผ่าคลอด สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่อยากจะตัดสินใจทำคลอดหรือคุณแม่ที่มีประสบการณ์ท้องแรกคลอดธรรมชาติมาแล้ว แต่อยากจะผ่าคลอดในคนที่สองกันบ้างดีกว่า ว่าการคลอดทั้งสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร ในเรื่องของการดูแลตัวเอง ทั้งก่อนและหลังการคลอด ไปดูกันเลย

การคลอดแบบผ่าคลอด

หากคุณแม่ท่านไหนที่ได้มีการตัดสินใจที่จะผ่าคลอดแล้ว แพทย์นั้นจะมีการพูดคุยในเรื่องของสุขภาพ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น จากการใช้ยาสลบ หรือยาชาที่มีไว้เพื่อระงับความเจ็บปวดต่างๆ การตรวจสอบเม็ดเลือดและกรุ๊ปเลือด เพื่อที่จะได้มีการเตรียมเลือดสำรองไว้หลังผ่าตัด เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการเสียเลือดมาก การผ่าคลอดนั้นจะฟื้นตัวหลังคลอดได้ช้ากว่าการคลอดธรรมชาติมาก จะต้องมีคนที่คอยช่วยคุณแม่ในการเลี้ยงดูลูกน้อย เพราะตัวของคุณแม่เองก็ต้องทำการพักฟื้น อีกทั้งยังอาจจะเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควรเพราะแผลจากการผ่าตัดค่อนข้างใช้เวลากว่าจะหายดีเป็นปกติ หลังผ่าคลอดแล้วคุณแม่จะต้องได้รับการประเมินอาการพร้อมกับพักฟื้นที่โรงพยาบาลราวๆ 2 – 3 วัน ต้องมีการให้ยาแก้ปวดแผลผ่าตัดผ่านทางสายน้ำเกลือ และยังต้องมีการเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจากที่ได้มีการผ่าตัด คุณแม่หลังจากที่สามารถกลับบ้านได้แล้วก็ต้องคอยสังเกตอาการว่ามีไข้ หรือไม่เพราะอาจจะเกิดการอักเสบหลังผ่าตัดได้ สังเกตแผลว่ามีอาการบวมแดง แสบหรือร้อนบริเวณแผลหรือไม่ เพื่อที่จะได้เฝ้าระวังการอักเสบและติดเชื้อแบบรุนแรง และต้องระวังอย่างมากในเรื่องของการลุกนั่งหรือนอน ต้องตะแคงตัวเท่านั้น เมื่อต้องการที่จะลุก และใช้มือในการช่วยค้ำพยุงร่างกายในการลุก เพื่อที่จะได้ป้องกันแผลผ่าตัดที่อาจจะยังไม่สนิทดีไม่ให้ปริหรือเปิดออก และป้องกันไม่ให้ตัวของคุณแม่เองมีอาการบาดเจ็บบริเวณแผลในขณะลุกนั่งหรือนอนอีกด้วย ** เด็กที่ได้มีการผ่าคลอดนั้น จะมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้มากกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ เสี่ยงในเรื่องของลำไส้อักเสบมากขึ้นถึง 20% เสี่ยงอาการหอบหืดถึง 23% และภูมิต้านทานจะอ่อนแอลงมากกว่า 46% เลยทีเดียว

การคลอดแบบธรรมชาติ

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าการคลอดธรรมชาตินั้นสามารถจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไวมากหลังคลอด บางคนคลอดเพียง 2 ชม. ก็สามารถที่จะลุกเดินและรับประทานอาหารได้เลย สำหรับคนที่ไม่สามารถที่จะคลอดธรรมชาติได้นั้น ขึ้นอยู่กับสรีระ ของร่างกายหากคุณแม่ที่ตัวเล็กมากๆ แต่ลูกน้อยมีขนาดตัวที่ใหญ่และน้ำหนักตัวที่เยอะ คุณหมอก็อาจจะเลือกให้ทำการผ่าคลอด หรือในกรณีที่ปากมดลูกเปิดตัวช้า แต่ถุงน้ำคล้ำได้มีการแตกออกจากการบีบรัดของมดลูก ก็จำเป็นที่จะต้องทำการผ่าคลอดในทันที เพราะมีอาการเสี่ยงหลายอย่างหากเด็กนั้นไม่ได้อยู่ในถุงน้ำ บางคนนั้นอาจจะมีอาการปวดท้องเตือนรุนแรงกว่าปากมดลูกจะเปิดสุดจนสามารถที่จะทำการคลอดได้ ปวดตั้งแต่ 2 ชั่วโมง ขึ้นไป ในกรณีคุณแม่บางคนอาจจะปวดท้องคลอดเป็นวัน ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนนั้นกลัวการคลอดธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วการคลอดธรรมชาติ คุณหมอจะมีการตัดเย็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้แผลเล็กหายไว พร้อมมีการกกไฟที่โรงพยาบาล ทำให้แผลหายไวยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีในกรณีของคุณแม่บางท่านที่แผลอักเสบ หากไม่ทานยาหรือดูแลแผลให้ดีอันนี้ก็ต้องระวังแต่โดยรวมคุณแม่สามารถที่จะเดินเองได้อย่างไม่ติดขัด และอาจจะมีน้ำคาวปลานานกว่า คุณแม่ที่ทำการผ่าคลอด แต่สามารถที่จะเดินและฟื้นตัวรวมไปถึงขยับร่างกายได้ดีกว่าคุณแม่ที่ทำการผ่าคลอด คุณแม่จะมีความภาคภูมิใจและใช้สัญชาตญาณในการคลอดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เข้าใจถึงกระบวนการธรรมชาติของร่างกายเมื่อต้องการที่จะเบ่ง ขยับตัวเคลื่อนไหวและคลอดได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น มีการรอสัญญาณคลอดเองตามธรรมชาติ ในช่วงที่ทำการคลอดลูกนั้นผนังมดลูกจะมีการรีดน้ำคล้ำออกมาเองตามธรรมชาติ ทำให้ทารกจะไม่มีปัญหาในเรื่องของการหายใจ ลูกน้อยจะได้รับแบคทีเรียโพรไบโอติกจากบริเวณช่องคลอดของคุณแม่ ทำให้มีภูมิคุ้มกัน และจะมีการลดปัญหาท้องอืดของลูกลงได้

บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เราติดเหมือนกับบุหรี่ปกติหรือไม่

อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ถ้าสูบอย่างพอดีมันจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ และเกิดโทษเมื่อเสพติดมันในระยะยาว แต่ถ้าพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้าล่ะ มันเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าจะให้ตอบสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่า ‘ใช่’ เนื่องจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยสารที่เรียกว่า ‘นิโคติน’ ผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่มีนิโคตินนั้น มีโอกาสที่จะทำให้ผู้รับเสพติดได้ แต่เมื่อเทียบกับบุหรี่มวนทั่วไปแล้วมันอันตราย และมีโอกาสเสพติดได้น้อยกว่ามากๆ ซึ่งเราจะพาไปดูเหตุผลอีกหลายอย่างที่จะช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจ และสามารถใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ คนเราเกิดอาการเสพติดนิโคตินได้อย่างไร นิโคตินเป็นสารที่ทำให้พัฒนาการของสมองช้าลง อาการเสพติดเกิดขึ้นจากส่วนสมองที่เรียกว่า Mesolimbic Dopamine ทำหน้าที่เสริมสร้างความรู้สึกเชิงบวกสำหรับพฤติกรรมที่เราจำเป็นต้องเอาตัวรอด อย่างเช่นการกินอาหาร เนื่องจากกลไกดังกล่าวฝังแน่นอยู่ในสมอง จึงยากต่อการต้านทานเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อสูดเอาไอที่มีส่วนประกอบของนิโคตินเข้าไป มันจะเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางปอด และเข้าสู่สมองภายในเวลา 10 วิ กระตุ้นระบบประสาท ทำให้รู้สึกมีความสุข และเกิดความอยากที่จะเสพเพิ่ม การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกับบุหรี่ปกติไหม เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย และต่างหาคำตอบกันมาหลายปี แม้เราจะรู้ว่ามันอันตรายน้อยกว่า หากถามว่ามันจะทำให้คนติดบุหรี่ไฟฟ้าไหม เป็นคำถามที่ค่อนข้างกว้างและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เนื่องจากในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วยนิโคติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกมีความสุข แต่ก็ยังมีส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่เข้ามาช่วยเสริมให้ตัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีรสชาติแบบที่ควรเป็น ส่วนประกอบของบุหรี่ทั้งสองประเภทสามารถดูได้จากด้านล่างนี้เสื้อผ้าแฟชั่น ส่วนประกอบของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
  • Propylene Glycol หรือ PA เพื่อเพิ่มรสสัมผัส
  • Vegetable Glycerin หรือ VG เพื่อให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล และใช้ในกระบวนการสร้างไอน้ำ
  • สารเติมแต่งกลิ่นต่างๆ
  • นิโคติน
ส่วนประกอบในบุหรี่มวน
  • บุหรี่มวนประกอบส่วนผสม 600 อย่าง แต่ส่วนใหญ่เป็นส่วนผสมของนิโคติน
  • ส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการเสพติด
  • มีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ถูกสร้างขึ้นในระหว่างการเผาไหม้
  • สารเคมีหลายอย่างทำปฏิกิริยากับนิโคตินที่ทำให้เสพติดมากขึ้น 
ติดบุหรี่ไฟฟ้าจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เนื่องจากบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ยังค่อนข้างใหม่สำหรับเรา และนักวิทยาศาสตร์ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวคลิ๊ปโป๊ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สามารถสรุปได้คือบุหรี่ไฟฟ้านั้น ผลิตสารพิษออกมาหลายชนิด ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปแล้ว อาจทำลายปอดอย่างถาวร สารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วย อะซีตัลดีไฮด์ อะโครลีน และฟอร์มัลดีไฮด์ สารเหล่านี้สามารถทำให้เกิดโรคปอดและโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ นิโคตินยังส่งผลกระทบต่อสมองโดยการเปลี่ยนวิธีสร้างไซแนปส์ในสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของสมองที่รับผิดชอบการเรียนรู้และความสนใจ ผลกระทบด้านสุขภาพเพิ่มเติมจากการสูบไอ ได้แก่
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคหอบหืด
  • โรคปอดเรื้อรัง (COPD) โรคที่ทำให้เกิดการอุดตันของการไหลเวียนของอากาศและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
  • ทำให้การพัฒนาสมองของช้าลง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่น
นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอีกอย่าง คืออาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากมีรายงานว่าแบตเตอรี่ที่ชำรุดทำให้เกิดไฟไหม้และระเบิด ซึ่งบางส่วนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส การระเบิดส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อชาร์จบุหรี่ไฟฟ้าทิ้งไว้ นอกจากนี้ แม้แต่ควันบุหรี่ไฟฟ้ามือสองก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่นๆ ได้ เนื่องจากควันมีสารเคมีที่อันตรายอยู่หลายชนิด วิธีหลีกเลี่ยงการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้น คุณคงเห็นเพียงพอแล้วในตอนนี้ที่จะรู้ว่าการสูบไอมีแนวโน้มที่จะทำให้ติดบุหรี่น้อยกว่าการสูบบุหรี่ และอันตรายน้อยกว่าอย่างแน่นอน แต่มีขั้นตอนที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดโอกาสในการติดบุหรี่ไฟฟ้า เพียงทำตามเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้
  1. เลือกน้ำยาที่มีปริมาณนิโคตินต่ำ อย่าลืมว่าเราต้องการเฉพาะรสสัมผัสของมัน ยิ่งเลือกใช้น้ำยาที่มีส่วนประกอบของนิโคตินมากเท่าไหร่ จะยิ่งเสี่ยงที่เราจะเสพติดนิโคตินมากขึ้นเท่านั้น
  2. พักช่วงการสูบในแต่ละครั้ง มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย โดยเฉพาะกับบุหรี่ไฟฟ้าที่จะยกมาสูบตอนไหนก็ได้ โดยเฉพาะในบ้าน แต่ให้พยายามอดทนไว้ จนกว่าที่จะทนไม่ไหวจริงๆ แล้วจึงค่อยสูบอย่างพอดี
  3. พยายามหาน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นกลิ่นทั่วๆ ไป ซึ่งไม่ใช่กลิ่นโปรดที่จะทำให้คุณวางบุหรี่ไฟฟ้าไม่ลง
  4. มองหาน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ปราศจากนิโคติน แย่หน่อยที่มันอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่มันจะทำให้คุณเลิกพึ่งพานิโคตินได้อย่างเด็ดขาด
เห็นได้ชัดว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีโอกาสที่จะเสพติดได้อยู่เช่นกัน แม้ว่าจะหันมาใช้น้ำยาที่ปราศจากนิโคตินก็ยังมีโอกาสติดสารชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นวิธีแก้ที่ดีที่สุด คือการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างพอดีๆ ไม่มากเกินไปในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยให้ไม่เสพติดนิโคตินมากจนเป็นผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว

UFA เว็บหลัก เว็บเดิมพันเว็บตรงอับดับ1 โปรแรงแจกจริง

Ufa เว็บหลัก เปิดใหม่รายใหญ่ที่มีความมั่นคงทางการเงินที่ดีเยี่ยม จึงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น พร้อมให้บริการเกมพนันออนไลน์ครบวงจร ช่วยให้ท่านสมาชิกได้มีตัวเลือกในเดิมพันหลากหลายรูปแบบ โดย Ufa เว็บหลัก ได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเพื่อมุ่งเน้นที่จะเป็นเว็บผู้ให้บริการเกมพนันออนไลน์ ที่ทันสมัยและดีที่สุดและตอบโจทย์ความต้อ’การของสมาชิกทุกท่าน โดย Ufa เว็บหลักได้มีการพัฒนาเว็บให้บริการอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บมีความทันสมัยใช้งานง่ายและสะดวก Ufa นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาในการให้บริการของเว็บพนันออนไลน์กับ Ufa เว็บหลัก เพื่อให้เข้ากับการใช้บริการของนักพนันชาวไทย Ufabet มีเกมพนันออนไลน์ให้สมาชิกได้เลือกเล่นมากมายกว่า 1,500 เกม มีทั้งเกมที่มีรูปแบบ Real Time ซึ่งการเล่นเกมแบบ Real Time นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ แต่ Ufa เว็บหลัก ก็มีเกมชนิดอื่นๆ ให้ผู้เล่นได้เลือกเดิมพันกันตามแต่ความต้องการอีกมากมาย ที่มีภาพกาฟฟิคและเอฟเฟคสุดอลังการที่สวยงาม เล่นได้อย่างไหลลื่นไม่มีอาการสะดุดให้เสียอารมเพิ่มอรรถรสในการเดิมพันให้กับผู้เล่น รับรองว่าเล่นเดิมพันกับ Ufa เว็บหลัก ได้ทั้งความสนุกพร้อมสร้างรายได้จริง 100% ไปกับเกมมันๆ ทุกรูปแบบ

เว็บตรง Ufa Mobile ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

เว็บตรง Ufa Mobile รองรับสมาร์ทโฟนทุกรูปแบบไม่ว่าจะรุ่นไหนระบบได้ก็ใช้งานได้ Ufa เว็บหลักสามารถใช้บริการผ่าน คอมพิวเตอร์และมือถือ โดยไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นใดๆ ทั้งสิ้น แต่การใช้งานผ่านบนมือถือนั้น บางเว็บอาจจะไม่สามารถรองรับการแสดงผลบนมือถือได้ จึงส่งผลทำให้หน้าจอขาดหายหรือแสดงข้อมูลไม่ครบถ้วยนั้นเอง แต่ที่ https://www.ufa100.us นั้นมีระบบที่สามารถรองรับการใช้งานบนมือถือได้ 100% ทำให้การใช้งานสะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัย จึงช่วยให้ท่านไม่พลาดการเดิมพันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาก็ตาม นอกจากนี้ยังมีทีมงานคอยพัฒนาและอัพเดทเว็บไซต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอและอัพเดทเกมพนันออนไลน์ใหม่ๆ ให้ท่านได้เลือกเดิมพันก่อนใคร ข้อดีของการเลือกใช้บริการกับ เว็บตรง Ufa คือการราคาดีกว่าที่อื่น รับประกันจ่ายจริงพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกเพียบที่จะเพิ่มความคุ้มค่าให้สมาชิก Ufabet เล่นจบในเว็บเดียว หากต้องการสมัครสมาชิกหรือสอบถามข้อสงสัยติดต่อได้ที่นี่ อย่าช้าสมัครฟรี..!